Summer 25% discount on all last year's bike models
Base Curve คืออะไร? ทำไมความโค้งของแว่นกีฬา มีผลต่อการตัดเลนส์สายตา
เวลาเลือกแว่นกีฬาสำหรับตัดเลนส์สายตา นอกจากค่าสายตาและรูปทรงของกรอบแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ Base Curve เพราะแว่นกีฬาแต่ละรุ่นมีระดับความโค้งไม่เท่ากัน โดยเฉพาะกรอบแว่นที่ต้องการเลนส์โค้งสูง การตัดเลนส์สายตาจะยิ่งมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาและซับซ้อนมากขึ้น
รูปภาพที่ใช้ประกอบในบทความนี้ ห้ามนำไปใช้และห้ามนำไปเจนเอไอ โดยไม่ได้รับอนุญาต
Base Curve คืออะไร?
Base Curve คือค่าที่ใช้บอกความโค้งของผิวเลนส์ ซึ่งโดยทั่วไปจะหมายถึงความโค้งของผิวเลนส์ด้านหน้า ในแว่นกีฬาจะมีตั้งแต่ Base Curve 4, 6, 8 หรือมากกว่านี้ ยิ่งตัวเลขสูง เลนส์ก็จะยิ่งมีลักษณะโค้งมากขึ้น เช่น
| Base Curve | ลักษณะเลนส์ | กรอบแว่นที่รองรับ |
|---|---|---|
| Base 2 | ค่อนข้างแบน | แว่นสายตาทั่วไป |
| Base 4 | โค้งเล็กน้อย | แว่นทั่วไป / Sport Lifestyle |
| Base 6 | โค้งปานกลาง | แว่นกันแดด / แว่นกีฬา |
| Base 8 | โค้งมาก | แว่นกีฬาแบบ Wrap |
| Base 9+ | โค้งมากเป็นพิเศษ | แว่นปั่นจักรยาน, กีฬากลางแจ้งอื่น ๆ |
ทำไม Base Curve ถึงมีผลต่อการตัดเลนส์สายตา?
กรอบแว่นแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับความโค้งของเลนส์ได้ในระดับหนึ่ง โดยทั่วไปประมาณ Base 2 หรือ 4 แต่กรอบแว่นกีฬาที่ออกแบบมาโค้งมาก ๆ ถ้าฝืนนำเลนส์ Base Curve น้อย ๆ มาใส่จนได้ ก็อาจจะมีปัญหาตามมาอยู่ดี เช่น ค่าพารามิเตอร์เพี้ยนมากเกินไปจนใส่ไม่ได้หรือใส่แล้วเวียนหัว กรอบแว่นเสียรูปหรือประกอบแล้วรูปทรงของแว่นเปลี่ยนไป
ดังนั้น เลนส์ที่นำมาสั่งตัดจึงสำคัญมาก ต้องเช็คให้แน่ใจว่ารูปทรงของเลนส์รุ่นนั้น ๆ ที่จะผลิตออกมา สามารถเข้ากับกรอบแว่นที่เราต้องการได้หรือไม่
Base 4, Base 6 และ Base 8 ต่างกันอย่างไรเมื่อตัดเลนส์สายตา?
Base 4 มีความโค้งไม่มาก การผลิตเลนส์สายตาทั่วไปจะจัดการความบิดเบือนภาพได้ง่ายกว่า ใส่สบายตากว่า เหมาะกับกรอบแว่นทรง Sport ที่ไม่ได้โอบรอบใบหน้ามาก
Base 6 มีความโค้งมากขึ้นในระดับปานกลาง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เลนส์ Wrap หรือ Sport Lens เสมอไป เลนส์สายตาทั่วไปบางรุ่นยังสามารถผลิตและประกอบเข้ากันได้ หากค่าสายตา, พารามิเตอร์พื้นฐานของเลนส์ และรูปทรงของกรอบแว่น อยู่ในช่วงที่ผู้ผลิตรองรับ
Base 8 เป็นรูปทรงที่โค้งมาก พบได้ในแว่นกีฬาแบบ Wrap เช่น แว่นสำหรับปั่นจักรยาน วิ่ง หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ได้แค่ต้องการความคล่องตัวขณะเคลื่อนไหว แต่ออกแบบมาให้โอบล้อมใบหน้าเพื่อป้องกันแสงจ้าหรือกันละอองน้ำที่อาจเล็ดลอดเข้ามาได้จากด้านข้างของเลนส์ และการที่เลนส์มีความโค้งมากขนาดนั้น ทำให้การนำมาทำค่าสายตามีข้อจำกัดและซับซ้อนมากขึ้น กรอบแว่นที่มี Base Curve 8 จึงเหมาะกับเลนส์ Sport, Wrap หรือ Freeform ที่สามารถรองรับกรอบโค้งได้โดยเฉพาะ
เลนส์ที่ให้ความโค้ง หรือ Base Curve สูง จะต้องคำนวณผิวเพื่อชดเชยผลจาก Wrap Angle และค่าอื่น ๆ ที่ละเอียดขึ้น เช่น
- ออกแบบ Surface ใหม่ทั้งผิว
- ชดเชยผลจากความโค้ง/ตำแหน่งการสวม
- ควบคุมความหนาและรูปทรงให้เหมาะสม
- แล้วจึงนำไปเจียรขอบ (Edging) ให้เข้ากับรูปกรอบ
ค่าสายตากับ Base Curve เกี่ยวข้องกันอย่างไร?
ค่าสายตาไม่ได้เป็นตัวกำหนด Base Curve แบบตายตัว ตัวอย่างเช่น
คนที่มีสายตาสั้น -6.00 D ไม่ได้หมายความว่าค่า Base Curve จะเป็น 2 เพราะในทางทฤษฎีสามารถออกแบบเลนส์ -6.00 D ให้มี Front Base ที่โค้งมากกว่านี้ได้ ซึ่งต้องสัมพันธ์กับความโค้งของด้านหลังผิวเลนส์ เพื่อให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ
แต่การทำได้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ได้จริง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องของการออกแบบที่ซับซ้อนและมีราคาที่ต้องจ่ายสูง เพราะนอกจากค่าสายตาแล้ว การออกแบบเลนส์ยังต้องอ้างอิงข้อมูลอื่น ๆ อีก เช่น ค่าเอียง องศาเอียง การขัดผิวเลนส์ ค่าย่อบาง ฯลฯ
และในบางคนอาจจะปรับตัวได้ยากหรือไม่ได้เลย หากเลนส์มีความโค้งสูง ถึงแม้ว่าเลนส์จะได้รับการออกแบบมาอย่างดีแล้วเพื่อรองรับความโค้งสูง ๆ นั้น โดยเฉพาะในคนที่มีค่าสายตาสั้นและเอียงมาก
กรอบโค้งมักมาพร้อมกับ Wrap Angle ที่สูงขึ้น
Base Curve กับ Wrap Angle สองค่านี้ไม่ใช่ค่าเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติแล้วเลนส์ที่มี Base 6-8 มักถูกนำไปใช้กับกรอบที่โอบใบหน้ามากขึ้น
เมื่อเลนส์สายตาถูกวางเอียงเข้าหาดวงตา แกนการมองจะเปลี่ยนไปจากแว่นปกติ ที่ตำแหน่งเลนส์จะถูกวางค่อนข้างขนานกับดวงตา การที่เราต้องมองผ่านเลนส์ที่ทั้งโค้งมากและยังเอียงเข้ามาใกล้ตาอีก อาจทำให้ผู้ใส่รู้สึกไม่สบายตาได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้แว่น High Wrap บางประเภทจึงใช้เลนส์ Sport, Wrap หรือ Freeform เพื่อคำนวณการชดเชยภาพตามตำแหน่งที่เราสวมจริง ซึ่งต้องวัดค่าพารามิเตอร์โดยละเอียด เช่น ความโค้งหน้าแว่น, มุมเทขณะสวมใส่ และ ระยะห่างระหว่างดวงตากับเลนส์
- Base Curve = ความโค้งของผิวเลนส์สายตา
- Wrap Angle = ความโค้งของกรอบแว่นตาที่โอบรอบใบหน้า
ถึงแม้ว่าความโค้งของทั้ง 2 ค่าจะสัมพันธ์กัน แต่ต้องแยกให้ออกว่าเป็นคนละค่ากัน เช่น กรอบแว่นมี Wrap Angle 20 องศา รองรับเลนส์ที่มี Base Curve 8 และโดยปกติแล้ว ข้อมูลของกรอบแว่นตาจะแจ้งแค่ว่ารองรับ Base Curve ที่เท่าไหร่ ส่วนค่า Wrap Angle จะต้องวัดค่าจริงจากตัวแว่นก่อนสั่งตัดเลนส์
ดังนั้น สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอันดับแรกคือ Base Curve ที่กรอบแว่นนั้น ๆ รองรับ จากนั้นเลือกเลนส์ที่สามารถสั่งตัด Base Curve นั้นได้ และจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกันกับ ค่าสายตา ขนาดและรูปทรงกรอบ ตำแหน่งของดวงตาขณะสวมใส่จริง รวมไปถึงวัสดุและการออกแบบเลนส์ ว่าเหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการหรือไม่
เลือกแว่นกีฬาตัดเลนส์สายตา ให้ AXIV VISION ช่วยดูแล
เพราะการตัดเลนส์สายตาสำหรับแว่นกีฬา ต้องพิจารณามากกว่าค่าสายตาเพียงอย่างเดียว
ที่ AXIV VISION มีนักทัศนมาตรให้บริการตรวจวัดสายตา พร้อมช่วยประเมินความเหมาะสมของกรอบ แนะนำเลนส์ให้เหมาะกับค่าสายตาและการใช้งาน รวมถึงสั่งตัดและประกอบเลนส์สำหรับแว่นกีฬาได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ทั้งการมองเห็นที่ชัดเจน ความสบายตา และเหมาะกับกิจกรรมที่คุณเลือกใช้มากที่สุด